ไวตามินธรรม คือ ธรรมะประจำชีวิต

ไวตามินธรรม คือ ธรรมะสำหรับทุกชีวิต 

อะธัมโม  นิระยัง  เนติ  ธัมโม  ปาเปติ  สุคะติง

อธรรมย่อมนำไปนรก ธรรมย่อมนำให้ถึงสุคติ

หลังจากที่งานประเพณีทอดกฐินที่จัดขึ้นแต่ละวัดได้ผ่านพ้นไปตามพระวินัยนิยมบรมพุทธานุญาต ญาตโยมผู้ที่เป็นเจ้าภาพและผู้มีศรัทธาทั้งหลายได้บำเพ็ญบุญทานการกุศลกันเต็มที่ แต่มีสิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน คือการปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง

วันนี้ขอนำเสนอธรรมะในแง่ไวตามินธรรมหรือผลของธรรมที่เกิดขึ้นจากการประพฤติปฏิบัตินั้น จากการงดเว้นสิ่งที่ควรงดเว้น จากการรักษาสิ่งที่ควรรักษา จากการประพฤติตามสิ่งที่ควรประพฤติพระธรรมคำสั่งสอนนั้นบุคคลสามารถซึมซับได้อย่างเป็นรูปธรรมทุกระดับชั้นตั้งแต่ ศีล สมาธิและปัญญาไปจนถึงวิมุตติได้ ซึ่งจัดเป็นความอัศจรรย์ข้อหนึ่งคือข้อที่ว่า ผู้ปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอนย่อมได้รับผลสมควรแก่การปฏิบัติของตน ๆ ผู้ปฏิบัติย่อมได้รับผลดีแก่เขาเองไม่เกี่ยวกับการรู้เห็นของคนอื่น ผู้ปฏิบัติไม่ดีก็อยู่ทที่ตัวเขาเองไม่เกี่ยวกับการรู้เห็นของคนอื่น ผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติดีจึงเป็นผลบวก เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ เป็นนิมิตแห่งความสงบร่มเย็น มีความสุขสงบเป็นวิบากจัดเป็นกุศลธรรม ผลที่เกิดจากการปฏิบัติไม่ดี จัดเป็นผลลบ เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ต้องการเป็นนิมิตแห่งความวุ่นวาย มีความเดือดร้อนเป็นวิบาก จัดเป็นอกุศลธรรม

                ผลทั้งสองถึงฝ่ายหนึ่งจะเป็นกุศลฝ่ายหนึ่งจะเป็นอกุศลก็ตาม แต่ทั้งสองก็จัดเป็นผลเหมือนกัน เป็นพลังขับเคลื่อนพาบุคคลผู้ปฏิบัติไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างซื่อสัตย์ยุติธรรมที่สุด บางครั้งท่านพยายามจะสื่อความหมายให้เข้าใจยิ่งขึ้นไปอีกท่านจึงใช้คำว่า  “อะธัมโม  นิรยัง  เนติ  ธัมโม  ปาเปติ  สุคติง”  ซึ่งแปลว่า  “อธรรมย่อมนำไปนรก ธรรมย่อมนำให้ถึงสุคติ”

                คำว่า ธรรม และ อธรรม นั้นไม่ใช่ชื่อของนาม แต่เป็นชื่อของกิริยา การประพฤติปฏิบัติของบุคคล เป็นตัวการที่จะพาให้ชีวิตมุ่งหน้าไปสู่ความเจริญหรือความเสื่อมได้ ทั้งธรรมและอธรรมนี้เองเป็นพลังขับเคลื่อนให้ชีวิตของเราเป็นไป

                ในจักกวัตติสูตร สูตรว่าด้วยความเสื่อมแห่งอายุของมนุษย์จาก ๘ หมื่นปีลงมาจนเหลือเพียง ๑๐ ปี ก็เป็นเพราะมนุษย์ละเมิดข้อห้ามและไม่ประพฤติปฏิบัติตามข้อที่ทรงอนุญาตนั่นเอง เริ่มจากการละเมิดศีล ๕ อภิชฌา พยาบาท มิจฉาทิฏฐิ อธรรมราคะคือความยินดีในสิ่งที่ไม่ใช่ธรรม วิสมโลภะ ความโลภที่ไม่ใช่โลภธรรมดา มิจฉาธรรม และในที่สุดก็จะมีแต่การประพฤติอกุศลกรรมบถเต็มบ้านเต็มเมือง มนุษย์จึงเข้าสู่ยุคมิคสัญญีอย่างเต็มตัว คนอายุน้อยลงจนเหลือ ๑๐ ปีแต่ใจร้อนขึ้น ถือว่าถึงจุดระเบิดของยุคหนึ่ง ๆ ในตอนนี้เอง ถือว่าพลังขับเคลื่อนแห่งอธรรมได้เดินทางมาจนถึงจุดอิ่มตัวแล้วสำหรับการเวียนว่านตายเกิดของสรรพชีพ การปฏิบัติของมนุษย์จึงมีผลต่อธรรมชาติและร่างกายจิตใจด้วยประการฉะนี้  (ที.ปา.  ๑๑/๘๐–๑๑๐/๔๙–๖๗)

                ในอัคคัญญสูตรท่านได้เน้นไปที่วิวัฒนาการของกิเลสและพลวัตต์ของสังคม และระบบการปกครองเป็นส่วนมาก โดยเริ่มจากที่มนุษย์ยังไม่รู้จักกินอะไรเลย แต่ไปเห็นง้วนดินซึ่งลอยฟ่องอยู่ จึงเอามือแตะมาชิมดู จากนั้นก็ติดใจในรสชาติของง้วนดินนั้น ร่างกายที่เคยมีแสงสว่างอยูก็หายไปและแค่นแข็งขึ้นเรื่อย ๆ ความรู้จักพอไม่มี พวกเขาจะทวีความโลภขึ้นเรื่อย ๆ เมื่ออาหารอย่างเก่าหมดไป พวกเขาก็พากันกินอย่างอื่นต่อไปความหยาบของร่างกายก็ปรากฏขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็วิวัฒนาการมาเป็นเพศชายเพศหญิง แล้ววัฒนธรรมของการอยู่ครองเรือนก็เกิดขึ้นจนมีลูกมีหลานมาจนทุกวันนี้

                ในพระสูตรนี้ก็พยายามจะแสดงพลังขับเคลื่อนที่เป็นฝ่ายอกุศลที่มีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิต ต่อการประพฤติปฏิบัติตนของมนุษย์ได้อย่างเป็นระบบทีเดียว  (อัคคัญญสูตร  ที.ปา.  ๑๑/๑๑๑/๖๘)

                ทั้งสองพระสูตรนี้ เป็นการถ่ายทอดพลังขับเคลื่อนของฝ่ายอกุศลธรรม สูตรแรกนั้นแสดงความเป็นไปของชีวิตมากกว่า ส่วนสูตรที่สองนั้น เน้นความเป็นไปของสังคมที่มีความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับผู้ถูกปกครอง พร้อมทั้งสาเหตุที่ผลักดันให้เกิดระบบปกครองในสังคมที่อยู่ภายใต้ธรรมชาติ โดยเริ่มจากการกินง้วนดิน กะบิดิน เครือดิน มาจนถึงข้าวสาลีที่เกิดเองที่ไม่มีเปลือกและข้าวสาลีที่ปักดำเอามาจนถึงทุกวันนี้

                จากความละเอียดมาสู่ความหยาบขึ้นเรื่อย ๆ มนุษย์เริ่มต้นการเดินทางมาจากอาภัสสรพรหมพอมากินง้วนดินในโลกมนุษย์แล้วก็เกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายอย่างใหญ่หลวง ตัวตนมีน้ำหนักขึ้นที่เคยเหาะได้ก็ต้องเดิน ที่เคยมีแสงออกจากร่างกายแสงนั้นก็หายไป ร่างกายก็นับวันยิ่งหยาบกระด้างขึ้นเป็นลำดับ พอร่างกายหยาบขึ้นเพศหญิงชายก็ปรากฏขึ้นวัฒนธรรมของการครองคู่จึงมีขึ้น เมื่อพวกเขาอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา วัฒนธรรมของการสร้างบ้านปลูกเรือนก็เริ่มเกิดขึ้น จุดเริ่มต้นของสังคมมนุษย์ของหรือการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นชุมชนเริ่มต้นจากตรงนี้เอง เมื่อมีการอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนจึงมีปัญหาด้านสังคมตามมาพวกเขาได้อาศัยปัญหานั้นเองเป็นบทเรียนโดยธรรมชาติ จึงคิดหาวิธีการระงับเหตุนั้น ๆ ด้วยการแต่ตั้งหัวหน้าขึ้น ถือว่าการปกครองของมนุษย์อย่างเป็นรูปเป็นร่างได้เริ่มต้นขึ้นมาครั้งแรกที่สุดในโลกในพระสูตรนี้เอง

                ต่อไปนี้จะได้เสนอไวตามินธรรมอยู่ในหลายหัวข้อหลายระดับ ทั้งศีลสมาธิและปัญญา เป็นต้น และยังไม่ลืมที่จะพยายามครอบคลุมไปถึงบริบทชีวิตทั้งหมด คือเรื่องร่างกายด้วย ไม่เจาะจงเฉพาะจิตใจเท่านั้น แต่ถึงเรื่องจะกว้างออกไปเท่าใดก็ตาม ถึงกระนั้นก็ยังอยู่ในกติกาหรือประเด็นที่กำลังอธิบายอยู่คือเรื่องไวตามินธรรมในทุกเรื่องทุกหัวข้อที่ตั้งเป้าไว้ นั่นเอง  ไม่ว่าจะอ่านหัวข้อใดก็ตาม ขอให้ทำความเข้าใจไว้ก่อนว่า เราจะดูอานุภาพหรือไวตามินของธรรมข้อนั้น ๆ ว่าจะเป็นไปอย่างไร เมื่อตั้งใจถูกต้องแล้ว การอ่านก็จะทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้นและสามารถทราบได้ว่า การนำเสนอเนื้อหาในบทความนี้ ประมวลผลของระบบเศรษฐศาสตร์ทางวิญาณเลยทีเดียว

                ฉบับนี้เป็นแต่เพียงขอเบิกโรงให้ทราบล่วงหน้าก่อนเท่านั้น โปรดติดตามอ่านในคอร์ลัมน์นี้ต่อไป

ขอความเจริญงอกงามไพบูลย์ จงบังเกิดมีแก่สรรพสัตว์ทุกถ้วนหน้า และ ขอให้พระสัทธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจงดำรงอยู่คู่มวลมนุษย์ตลอดกาลนานเทอญ

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *