t-news


วิถีพุทธ : วิถีธรรมนำชีวิต

เมื่อวันอาทิตย์ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา คณะกรรมการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ออกตรวจเยี่ยมวัด และดูงานการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของภิกษุ และภิกษุณีชาวอเมริกัน นำโดย ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี เลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ บางท่านได้ร่วมเดินทางไปเยี่ยมวัด และสำนักปฎิบัติธรรมในเขตซานฟรานซิสโก คือ มีท่านเจ้าคุณพระวิเทศวิสุทธิคุณ วัดปากน้ำอเมริกา รองเลขาธิการ รูปที่๓ พระครูสิทธิธรรมวิเทศ วัดอตัมมยตาราม สาราณียกร พระสมุห์สนิท สีลสุทฺโธ วัดพุทธรังษี พระมหาโกศล วัดพุทธานุสรณ์ ซึ่งเป็นกรรมการสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมสำนักปฏิบัติธรรมของพระภิกษุณี ที่สำนักอรัญญโพธิแห่งเทือกเขา Black Mountain ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองซานฟรานซิสโกขึ้นไปทางเหนือใช้เวลาขับรถประมาณ ๒.๓๐ ช.ม.

สำนักปฏิบัติธรรมแห่งแรกที่คณะได้มีโอกาสไปเยี่ยมชม คือ สำนักปฏิบัติธรรมของภิกษุณีฝ่ายเถรวาท(อเมริกัน) ซึ่งได้รับการอุปสมบทวิธีตามแนวทางปฏิบัติของพระสงฆ์ชาวศรีลังกา ที่ให้อนุญาตการบวชจากสงฆ์สองฝ่าย คือ ทั้งฝ่ายภิกษุสงฆ์และภิกษุณีสงฆ์ ให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัยนิยมบรมพุทธานุญาตไว้ แต่จะถูกจะผิดอย่างไร จะไม่ขอวิจารณ์ในแง่ของการบวชภิกษุณีในยุคปัจจุบัน

               แต่จะขอกล่าวถึงสิทธิสตรี หรือ ทางเลือกของผู้หญิงในการประพฤติปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะในรูปของนักบวชหญิง แล้วพากันไปพักอาศัยป่าเป็นที่ปฏิบัติธรรมในช่วงเทศกาลเข้าพรรษานี้ ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะปลีกวิเวกออกจากสังคมเมืองที่มีความวุ่นวาย สับสน เกลื่อนกล่นด้วยผู้คนสารพัด

              

คณะนักบวชหญิง(ภิกษุณี)กลุ่มนี้นำโดยพระภิกษุณีตถาคตโลกะ เป็นสตรีชาวอเมริกัน ซึ่งเท่าที่สอบถามเธอมีความมุ่งหวังตั้งใจที่จะออกประพฤติธรรม คือ อยากบวชตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่นอายุ ๑๘-๑๙ ปี แล้ว และในที่สุดก็ได้ออกแสดงหาความจริงทางด้าน Spiritual development ตั้งแต่บรรลุนิติภาวะเป็นต้นมา ได้ไปศึกษาปฏิบัติธรรมในสำนักต่าง ๆทางพระพุทธศาสนาทั้งฝ่ายมหายาน และฝ่ายเถรวาท โดยเฉพาะรูปแบบนักบวชหญิงในประเทศไทย คือการบวชเป็นแม่ชี สมาทานศีล ๘ ศึกษาปฏิบัติธรรมในสำนักต่าง ๆ พอสมควรแล้ว ในที่สุดก็ได้ตัดสินใจอุปสมบทเป็นภิกษุณี โดยมีท่านรัตนสาระมหาเถระ ชาวศรีลังกาบวชให้ที่วัดศรีลังกาในลอสแองเจลิส ซึ่งนับพรรษากาลได้ ปีที่ ๑๓ เข้าไปแล้ว

นอกจากภิกษุณีผู้เป็นหัวหน้าก็มีอีกท่านหนึ่งชื่อ ภิกษุณีโสมนะ ซึ่งได้รับการอุปสมบทจากท่านภันเตคุณรัตนะ หรือภันเตจี (G) แห่งสำนักปฏิบัติภาวนาโซไซตี้ เวสท์เวอร์จีเนีย และมีภิกษุณีชาวเยอรมันอีกท่านหนึ่งพึ่งบวชได้ประมาณ ๔ เดือน และมีผู้เตรียมจะบวชต่อไปอีก ๒ ท่าน

               ทั้งหมดขึ้นมาอาศัยป่าไม้สน (Redwood) บนยอดภูเขา Black Mountain ห่างจากเมืองซานฟรานซิสโก ประมาณ ๒.๓๐ ชม. มาตั้งเต็นท์ ปักกลดปฎิบัติธรรมอย่างเข้มข้นปิดวาจาอยู่ในป่าที่ห่างไกลจากผู้คน และเสียงรบกวน ในระยะเริ่มแรกนี้ยังไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกอะไร ต้องใช้น้ำซับที่ไหลออกมาโคนไม้โดยใช้สายยางเสียบเข้าไปให้น้ำไหลมาลงที่แทงค์น้ำ แล้วปล่อยน้ำลงมาตามสายยางเอามาใช้ที่ทำครัวและห้องน้ำชั่วคราว และไฟฟ้าก็ยังไม่มีต้องใช้โซล่าซิสเตมคือพลังงานแสงอาทิตย์เท่าที่จำเป็นในการใช้ตู้เย็นเก็บอาหารและใช้แสงไฟเท่าที่จำเป็นเท่านั้น  และส่วนอาหารการฉันก็ใช้ลูกศิษย์ทำอาหารให้วันละมื้อ ไม่มีการบิณฑบาตรเพราะห่างไกลหมู่บ้าน ที่สำคัญคือต้องการที่จะมีเวลาในการปฏิบัติธรรมให้มาก ๆ

              

ส่วนสถานที่ตั้งแต่ละเต้นท์ก็ห่างกันระยะทางประมาณ ๑๐๐ เมตร แต่ว่าอยู่ในป่ารกชัฎซึ่งบางครั้งก็มีสัตว์ป่าออกมาปรากฎให้เห็นเป็นครั้งคราว เช่นพวกหมี หมาป่า และงู เป็นต้น ซึ่งสัตว์เหล่านี้ก็ล้วนแต่เป็นอุปกรณ์การฝึกสมาธิ และอยู่กันด้วยจิตเมตตาเป็นที่ตั้ง เป็นอุปกรณ์การปลูกสติ เพราะต้องระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา

               การเดินทางมาเยี่ยมสำนักปฏิบัติธรรมของภิกษุณีชาวอเมริกันของคณะกรรมการสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ในครั้งนี้เป็นการติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวในวงการพระพุทธศาสนา และเป็นการให้กำลังใจแก่สตรีผู้มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เพื่อเข้าถึงซึ่งความพ้นทุกข์อีกส่วนหนึ่งด้วย

นอกจากนี้ยังได้เดินทางต่อไปเยี่ยมท่านปสันโน แห่งวัดอภัยคีรี ซึ่งเป็นศิษย์หลวงปู่ชา สุภทฺโท มาทำหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสในพรรษานี้ ท่านได้ถวายการต้อนรับคณะของพวกเราอย่างดี โดยได้เข้าไปสนทนาธรรมกันในศาลาปฏิบัติธรรม และเปิดโอกาสให้ ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี ได้สัมภาษณ์ในเรื่องลักษณะเด่นของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเถรวาทในสังคมตะวันตก ผ่านรายการ “ท่องธรรม” เพื่อเผยแผ่ออกทีวีที่ประเทศไทย (TNN 2) และออกรายการ “ธรรมะส่องโลก” Lao Champa, Nat TV. โดยคุณเจมส์ ลาว และคุณถวิล เตชะแก้ว ดำเนินรายการ

ท่านได้นำชมสถานที่สำคัญในวัดอภัยคีรี ซึ่งเป็นวัดป่าสายเถรวาท ยึดถือแนวปฏิบัติสายหลวงปู่ชา อย่างเคร่งครัด เช่นมีการเดินออกรับบิณฑบาต ในหมู่บ้านใกล้วัด และปฏิบัติศาสนกิจในวัดแบบเคร่งครัดในการนั่งสมาธิ เดินจงกรม การทำงานถือว่าเป็นการปฏิบัตธรรมทุกอิริยาบถ อยู่ด้วยการเจริญสติต่อเนื่อง

ท่านปสันโน ได้นำคณะกรรมการสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ขึ้นไปชมกุฎิกรรมฐานบนภูเขาสูง ซึ่งได้ปลูกกุฏิแบบเดี่ยวไว้ทั้งหมดประมาณ ๑๗ หลัง และมีศาลาอเนกประสงค์หลังใหม่ซึ่งสร้างพึ่งเสร็จฉลองไปเมื่อวันเข้าพรรษานี้ (๒๕ ก.ค.) อยู่ในเขตที่พักอาศัยของพระสงฆ์(Monk only) ในอาคารหลังนี้ประกอบด้วยห้องพักพระภิกษุอาพาธ(ที่พยาบาลภิกษุไข้) ห้องตัดเย็บจีวร ห้องซักผ้า-อบบาตร ห้องประชุม และห้องครัวสำหรับอุ่นอาหาร ต้มน้ำร้อน น้ำชา เท่านั้น แล้วห้องน้ำ ซึ่งจะไม่อนุญาตให้ญาติโยมเข้าไปพลุกพล่านในเขตของสงฆ์นี้เลย เป็นกิจของสงฆ์ที่จะพึงปฏิบัติหน้าที่ตามพระธรรมวินัยเท่านั้น

               ส่วนนโยบายในเรื่องการเผยแผ่พระพุทธศาสนานั้น ท่านปสันโน ได้อธิบายเน้นในเรื่องการฝึกพระภิกษุ ให้เคร่งครัดปฏิบัติตามพระธรรมวินัย จะไม่ค่อยเน้นเรื่องการอบรมญาติโยมซึ่งมีจำนวนมาก ๆ สถานที่เราก็ไม่เพียงพอก็จะสร้างความลำบาก และไม่ได้ผลในการฝึกหัดปฏิบัติเท่าไร และที่ต่างๆ สำนักอื่น ๆ เขาก็ทำกันมากแล้ว แต่ที่วัดอภัยคีรีนี้จะเน้นเรื่องการฝึกพระ ฝึกเณร ฝึกอุบาสก ให้เป็นผ้าขาว คือหลวงพ่อชาท่านได้วางกฎเกณฑ์เอาไว้ว่า ถ้าอุบาสก อยากจะมาประพฤติปฎิบัติธรรม ก็ขอให้มาฝึกปฏิบัติกับพระ คือ หาครูบาอาจารย์เสียก่อน มาฝึกหัดกาย วาจา ใจ ให้เคารพนบน้อมต่อครูบาอาจารย์เสียก่อน โดยให้นุ่งขาวห่มขาว โกนผม สมาทานศีล ๘ ปฏิบัติปัฎฐากพระสงฆ์ให้รู้ธรรมเนียมก่อนเข้ามาศึกษาเล่าเรียนให้รู้ ให้เข้าใจในระเบียบปฏิบัติก่อนในเรื่องการกิน การนอน การนุ่งการห่ม และการแสดงความเคารพตามอาวุโส ภันเต ฝึกให้อ่อนจากภายนอก เข้าไปหาภายใน คือ กาย วาจา ด้วยศีล แล้วฝึกจิตใจ ด้วยการเจริญสติ นั่งสมาธิ เดินธุดงค์

               การบวชเป็นผ้าขาวก่อนให้ครบ ๑ ปี คือถ้าอดได้ ทนได้ ปฏิบัติได้ แล้วก็จะอนุญาตให้บวชเป็นสามเณร ถือศีล ๑๐ อยู่อีก ๑ ปี เมื่อฝึกหัดดัดกายวาจาใจ จนครบ ๒ ปีแล้วนั่นแหละจึงจะอนุญาตให้อุปสมบทเป็นพระภิกษุได้ นี่คือระเบียบที่หลวงพ่อชา ท่านวางเอาไว้ และพวกเราที่เป็นศิษย์สายวัดหนองป่าพง ก็นำพาปฏิบัติสืบต่อกันมา และเมื่อเป็นพระภิกษุแล้วก็ต้องอยู่ปฏิบัติกับครูบาอาจารย์ จนครบ ๕ ปี จึงจะย้ายไปที่อื่น หรือ ไปพักจำพรรษาที่อื่นตามลำพังได้ คือจะต้องอยู่ปฏิบัติอุปัชฌายวัตร และให้พ้นนิสัยมุตตกะ ตามพระธรรมวินัยเสียก่อน จึงจะปลีกวิเวก หรือ ออกไปเทศนาสั่งสอนได้

               นอกจากอาคารเอนกประสงค์(เฉพาะพระสงฆ์)บนยอดเขานี้แล้วก็ยังมีอุโบสถกลางแจ้ง ซึ่งเป็นสมมติสีมาไว้ให้พระสงฆ์ทำสังฆกรรม เช่นอุปสมบทกรรม ปวารณากรรม และกฐินกรรม เป็นต้น ลักษณะของโบสถ์นี้ เป็นที่โล่งแจ้งใช้ไม้กระดานปูพื้นทำเป็นรูป ๘ เหลี่ยมทรงกลม มีพระประธานปางแสดงปฐมเทศนาตั้งอยู่ในซุ้มสี่เสามุงหลังคาด้วยไม้(แป้นเกล็ด)ตามแบบภาคอีสาน ซึ่งมองดูเรียบง่ายและบ่งถึงความสมถะ มีหลังคาไว้เพียงบังแสงแดดและเม็ดฝนเท่านั้น นอกนั้นก็ใช้ร่มเงาของต้นไม้เป็นธรรมชาติล้วน ๆ ไม่ให้มีสิ่งปลูกสร้างที่ใหญ่โต ประดับตกแต่งให้เกิดความสิ้นเปลืองมากเกินความจำเป็น

     นี่เป็นวิถีชีวิตของพระภิกษุสงฆ์ฝ่ายเถรวาท(แบบไทย)

 

ท่านปสันโน ได้นำคณะกรรมการสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ขึ้นไปชมกุฎิกรรมฐานบนภูเขาสูง ซึ่งได้ปลูกกุฏิแบบเดี่ยวไว้ทั้งหมดประมาณ ๑๗ หลัง และมีศาลาอเนกประสงค์หลังใหม่ซึ่งสร้างพึ่งเสร็จฉลองไปเมื่อวันเข้าพรรษานี้ (๒๕ ก.ค.) อยู่ในเขตที่พักอาศัยของพระสงฆ์(Monk only) ในอาคารหลังนี้ประกอบด้วยห้องพักพระภิกษุอาพาธ(ที่พยาบาลภิกษุไข้) ห้องตัดเย็บจีวร ห้องซักผ้า-อบบาตร ห้องประชุม และห้องครัวสำหรับอุ่นอาหาร ต้มน้ำร้อน น้ำชา เท่านั้น แล้วห้องน้ำ ซึ่งจะไม่อนุญาตให้ญาติโยมเข้าไปพลุกพล่านในเขตของสงฆ์นี้เลย เป็นกิจของสงฆ์ที่จะพึงปฏิบัติหน้าที่ตามพระธรรมวินัยเท่านั้น

ท่านได้ถวายการต้อนรับคณะของพวกเราอย่างดี โดยได้เข้าไปสนทนาธรรมกันในศาลาปฏิบัติธรรม และเปิดโอกาสให้ ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี ได้สัมภาษณ์ในเรื่องลักษณะเด่นของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเถรวาทในสังคมตะวันตก ผ่านรายการ “ท่องธรรม” เพื่อเผยแผ่ออกทีวีที่ประเทศไทย (TNN 2) และออกรายการ “ธรรมะส่องโลก” Lao Champa, Nat TV. โดยคุณเจมส์ ลาว และคุณถวิล เตชะแก้ว ดำเนินรายการ

ท่านได้นำชมสถานที่สำคัญในวัดอภัยคีรี ซึ่งเป็นวัดป่ามีเนื้อที่ทั้งหมด ๒๘๐ เอเคอร์ สายเถรวาทแบบไทยยึดถือแนวปฏิบัติสายหลวงปู่ชา อย่างเคร่งครัด เช่นมีการเดินออกรับบิณฑบาต ในหมู่บ้านใกล้วัด และปฏิบัติศาสนกิจในวัดแบบเคร่งครัดในการนั่งสมาธิ เดินจงกรม การทำงานถือว่าเป็นการปฏิบัตธรรมทุกอิริยาบถ อยู่ด้วยการเจริญสติต่อเนื่อง และพระสงฆ์ทุกรูปต้องทำงานอยู่อย่างในวัดซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้องรับผิดชอบในหน้าที่ให้บริการสังคม และการปฏิบัติเจริญจิตภาวนาเป็นกิจวัตรประจำวัน

วิถีพุทธ วิถีธรรม ของพระสงฆ์วัดป่ายังคมดำเนินต่อไปด้วยความเคารพศรัทธาในปฏิปทาของครูบาอาจารย์(หลวงปู่ชา) และได้นำพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามาเผยแพร่สู่โลกตะวันตกเพื่อปรับวิถีชีวิตของชาวอเมริกันให้ได้รับประโยชน์จากพระพุทธศาสนา เพื่อนำสันติภาพ สันติสุขให้เกิดขึ้นในดินแดนตะวันส่วนนี้ตลอดไป